
เชลซี พบ เลเวอร์คูเซ่น การแข่งขันแมตช์กระชับมิตรรายการ Club Friendly ระหว่าง “สิงห์บลูส์” เชลซี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ยอดทีมจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ในวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2568 เวลา 01.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย
แม้จะเป็นเกมอุ่นเครื่อง แต่ทั้งสองทีมมีเป้าหมายชัดเจนในการเตรียมทีมก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เอนโซ่ มาเรสก้า กำลังสร้างทีมตามแผนใหม่ที่เน้นการครอบครองบอลและการเคลื่อนที่ โดยล่าสุดพวกเขาเพิ่งคว้าตัว มิเชล โอลิเซ่ มาจากคริสตัล พาเลซ เพิ่มมิติในเกมรุก
ฝั่งไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาล 2023/24 ที่นำทัพโดย ชาบี อลอนโซ่ ยังคงเน้นความสมดุลในเกมรับและเกมรุก พวกเขาเก็บนักเตะตัวหลักไว้อย่างครบถ้วน เช่น ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, กรานิต ชาก้า และวิคเตอร์ โบนิเฟซ แสดงให้เห็นว่าเลเวอร์คูเซ่นจริงจังกว่าในโปรแกรมปรีซีซั่นนี้
เมื่อพิจารณาจากสถิติที่มีอยู่น้อยมากและห่างไกลในช่วงเวลา แน่นอนว่าไม่สามารถใช้วัดฟอร์มปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตาม เลเวอร์คูเซ่นภายใต้อลอนโซ่มีความเสถียรสูง และสามารถเอาชนะทีมระดับท็อปได้อย่างต่อเนื่อง จึงถือว่ามีความได้เปรียบในเชิงรูปแบบการเล่น
- เชลซี 3-2 ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก, พ.ค. 2568)
- เชลซี 1-1 บอร์นมัธ (พรีเมียร์ลีก, พ.ค. 2568)
- นิวคาสเซิล 2-3 เชลซี (พรีเมียร์ลีก, พ.ค. 2568)
- เชลซี 5-0 เวสต์แฮม (พรีเมียร์ลีก, พ.ค. 2568)
- เชลซี 2-2 อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก, เม.ย. 2568)
เชลซีปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกในช่วงเดือนพฤษภาคมได้อย่างน่าประทับใจ โดยไม่แพ้ใครใน 5 นัดหลังสุด ยิงรวม 14 ประตู และเสียเพียง 7 ประตู เก็บได้ถึง 11 คะแนน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกมรุกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- เลเวอร์คูเซ่น 1-0 ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต (บุนเดสลีกา, พ.ค. 2568)
- เลเวอร์คูเซ่น 2-2 โรม่า (ยูโรป้าลีก, พ.ค. 2568)
- เลเวอร์คูเซ่น 2-0 สตุ๊ตการ์ท (บุนเดสลีกา, พ.ค. 2568)
- ไลป์ซิก 1-1 เลเวอร์คูเซ่น (บุนเดสลีกา, เม.ย. 2568)
- เลเวอร์คูเซ่น 3-0 ดอร์ทมุนด์ (บุนเดสลีกา, เม.ย. 2568)
เลเวอร์คูเซ่นจบฤดูกาลด้วยสถิติมหัศจรรย์ไร้พ่ายในทุกรายการตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา จุดเด่นคือเกมรับที่เหนียวแน่น เสียประตูน้อยมาก การครองเกมและกดดันคู่แข่งในแดนบนทำได้อย่างสม่ำเสมอ
เชลซีภายใต้ระบบของมาเรสก้า คาดว่าจะใช้แผน 4-3-3 โดยมีการครองเกมจากแดนหลังเข้าสู่แดนกลาง และใช้ปีกที่มีสปีดในการเจาะแนวรับ ลูคัส เบอร์เกส และโอลิเซ่ จะเป็นตัวเร่งสปีดเกมทางริมเส้น
ฝั่งเลเวอร์คูเซ่น ชาบี อลอนโซ่ เน้นแผน 3-4-2-1 เพรสซิ่งสูงพร้อมสวนกลับเร็ว ซึ่งประสิทธิภาพสูงมากจากการทำงานของเวียร์ตซ์ และโบนิเฟซ การตั้งรับของเลเวอร์คูเซ่นไม่ได้ถอยร่น แต่มีความกระชับรัดกุม จุดเปลี่ยนสำคัญของแมตช์นี้อาจอยู่ที่การแย่งชิงแดนกลางระหว่าง ชาก้า กับ แฟร์นันเดซ
ข้อมูลจาก WhoScored และ SofaScore แสดงให้เห็นว่าเลเวอร์คูเซ่นชุดนี้มีความต่อเนื่องทั้ง 11 ผู้เล่นหลักจากฤดูกาลก่อน ต่างจากเชลซีที่ยังอยู่ในช่วงทดลองระบบ
เลเวอร์คูเซ่นจะได้เปรียบเรื่องความฟิตและความสมดุล เนื่องจากผู้เล่นของพวกเขามีความเข้าใจในระบบอลอนโซ่อย่างลึกซึ้ง ส่วนเชลซียังอยู่ในช่วงเรียนรู้ระบบใหม่ รวมถึงนักเตะใหม่หลายคนยังต้องปรับตัว นอกจากนี้ สภาพอากาศในกรุงลอนดอนช่วงนี้ (~20 องศา) ไม่เป็นอุปสรรคต่อสองทีม แต่อาจส่งผลต่อสไตล์เน้นสปีดเลเวอร์คูเซ่นหากพื้นสนามเปียก
เชลซี พบ เลเวอร์คูเซ่น แม้ว่าจะเป็นเกมอุ่นเครื่อง และเชลซีจะมีแรงเชียร์จากกองเชียร์เจ้าบ้าน ทว่าเลเวอร์คูเซ่นภายใต้ระบบการเล่นที่ลงตัว มีความเป็นทีมมากกว่าอย่างชัดเจน เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถควบคุมเกมและอาศัยจังหวะสวนกลับเล่นงานได้สำเร็จ หากไม่มีความผิดพลาด ฟันธง: เชลซี 1-2 เลเวอร์คูเซ่น
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อแอดมินได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน LINE@ : @Won789 หรือกด >> สมัครสมาชิกได้ << ทันที
